happy new year

happy new year

วันพุธที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2553

กล้วยไม้รองเท้านารี

กล้วยไม้รองเท้านารีพันธุ์พื้นเมืองของไทย

กล้วยไม้รองเท้านารีสกุล  Paphiopedilum มีชื่อสามัญว่า  Venu s’ Slipper   มีชื่อไทยว่า รองเท้านารีหรือ
รองเท้าแตะนารี ที่เรียกชื่อดังนี้เนื่องจากดอกมีลักษณะขอบปากงองุ้มเข้าหากันเป็นรูป คล้ายกระเป๋าหรือหัวรองเท้า
แตะของชาวดัทช์ กล้วยไม้รองเท้านารีจัดเป็นพืชที่มีศักยภาพอีกชนิดหนึ่งเนื่องด้วยมีรูปทรง สีสัน ความแปลกตาของ
ดอกและใบจึงทำให้มีผู้สนใจ รัก และปลูกเลี้ยงกันมากขึ้น อีกทั้งเป็นพืชที่มีสนนราคาค่อนข้างสูง จึงได้มีการปลูก
เพื่อการค้ากันอย่างแพร่หลายทั้งในประเทศและต่างประเทศ อย่างไรก็ตามการนำกล้วยไม้รองเท้านารีมา ปลูกเลี้ยง
โดยเฉพาะกล้วยไม้รองเท้านารีพันธุ์แท้นั้นควรได้มาอย่างถูกต้องตามกฎหมายและ หลีกเลี่ยงการลักลอบเก็บมาจาก
ธรรมชาติ เพื่อให้กล้วยไม้รองเท้านารีพันธุ์แท้ของไทยคงอยู่ตลอดไปและไม่สูญพันธุ์ไป จากป่าของไทย ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นแหล่งกล้วยไม้เขตร้อนที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะกล้วยไม้รองเท้านารีพันธุ์พื้นเมืองที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทยมี จำนวน 17 ชนิดล้วนอยู่ในสกุล Paphiopedilum เพียงสกุลเดียวเท่านั้น ซึ่งได้รับความสนใจนำมาปลูกเลี้ยง ปรับปรุงพันธุ์และขยายพันธุ์เพื่อการค้ากันอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและ ต่าง ประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น บางประเทศในยุโรปและเอเชีย ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งส่งออกกล้วยไม้ รองเท้านารีที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลกไม่แพ้ไม้ดอกไม้ประดับประเภทอื่นๆ ทั้งในรูปแบบของไม้กระถางและไม้ตัดดอก

ถิ่นกำเนิดของกล้วยไม้รองเท้านารีสกุล Paphiopedilum
กล้วยไม้รองเท้านารีสกุล Paphiopedilum จัดเป็นพันธุ์ไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อน โดยเฉพาะแถบเอเชีย
ตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้แก่ อินเดีย บังคลาเทศ นิวกินี ภาคตะวันออกเฉียงใต้ของจีน หมู่เกาะโซโลมอน อินโดนีเซีย พม่า มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย
กล้วยไม้รองเท้านารีพันธุ์พื้นเมืองสกุล Paphiopedilum ที่พบว่ามีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศไทยมี 17 ชนิดได้แก่
1.  รองเท้านารีคางกบคอแดง (Paph. appletonianum var. wolterianum.)
2.  รองเท้านารีม่วงสงขลา หรือรองเท้านารีคางกบภาคใต้ (Paph. barbatum)
3.  รองเท้านารีฝาหอย (Paph. bellatulum.)
4.  รองเท้านารีคางกบ หรือรองเท้านารีไทยแลนด์ (Paph. callosum.)
5.  รองเท้านารีดอยตุง (Paph. charlesworthii.)
6.  รองเท้านารีเหลืองปราจีน หรือรองเท้านารีเหลืองกาญจน์ หรือรองเท้านารีเหลืองอุดร ( Paph. concolor)
7.  รองเท้านารีเหลืองกระบี่ (Paph. exul)
8.  รองเท้านารีขาวชุมพร (Paph. godefroyae)
9.  รองเท้านารีเหลืองตรัง หรือรองเท้านารีเหลืองพังงา  (Paph. godefroyae var. leucochilum)
10.  รองเท้านารีเหลืองเลย (Paph. hirsutissimum var. esquirolei)
11.  รองเท้านารีอินซิกเน่ (Paph. insigne)
12.  รองเท้านารีขาวสตูล (Paph. niveum)
13.  รองเท้านารีเมืองกาญจน ์หรือรองเท้านารีเชียงดาว (Paph. parishii)
14.  รองเท้านารีปีกแมลงปอ หรือรองเท้านารีสุขะกูล ( Paph. sukhakulii)
15.  รองเท้านารีอินทนนท์ (Paph. villosum)
16.   รองเท้านารีช่องอ่างทอง ( Paph. X Ang Thong)
17.   รองเท้านารีเกาะช้าง ( Paph. X Siamensis)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ราก รากออกจากโคนต้นแล้วแผ่กระจายในแนวราบมีขนาดทั้ง เล็กและใหญ่สีน้ำตาล และมีขนนุ่มปกคลุมอยู่ทั่วไป
ลำต้น ลำต้นสั้นมาก ไม่มีลำลูกกล้วย
ใบ ใบมีหลายแบบทั้งรูปขอบขนาน รูปรี รูปรีแกมรูปขอบขนาน หรือรูปแถบออกสลับกันทั้งสองข้าง มีจำนวน 2-7 ใบต่อต้น ใบตั้งขึ้นหรือแผ่ขนานไปกับพื้น แผ่นใบหนา เส้นกลางใบพับเป็นร่อง ปลายใบมนเว้าหรือแหลมมีทั้งสีเขียวเป็นมัน เป็นลายตาราง หรือเป็นลายคล้ายหินอ่อน สีเขียวเข้มสลับกับสีเขียวอมเทาทั่วทั้งใบ โคนกาบใบอาจมีสีม่วงเรื่อและมีขนเล็กๆ ปกคลุมตามขอบใบ
ดอก ดอกจะออกที่ปลายยอดมีทั้งดอกเดี่ยวและเป็นข่อมีขนาดแตกต่างกันไปก้านดอกอาจ ยาวหรือสั้น มีสีเขียว ม่วงแดง หรือน้ำตาลแดง และมักมีขนปกคลุม กาบรองดอกรูปไข่ หรือรูปหอกเรียวแหลมห่อหุ้มรังไข่ไว้ มีสีเขียว น้ำตาลแดง หรือม่วงแดง และมีขนนุ่มปกคลุมอยู่ทั้งสองส่วน กลีบดอกหนาเป็นมัน กลีบปากเปลี่ยนรูปจนมีลักษณะคล้ายถุงหรือส่วนปลายรองเท้าแตะของผู้หญิงเพื่อ ช่วยในการผสมพันธุ์ ด้านนอกมักมีขนนุ่มปกคลุมเช่นกัน ด้านในมีสีสันสวยงาม เป็นดอกสมบูรณ์ เพศและมีเกสรเพศผู้ที่สมบูรณ์ 2 อัน
ฝัก ฝักเกิดจากการขยายตัวของก้านดอกหลังการผสมพันธุ์ เมื่อแก่มีสีน้ำตาลและจะแตกออกตามแนวยาวของฝัก ภายในมีเมล็ดเล็กคล้ายฝุ่นปลิวไปตามลมได้ง่าย


การขยายพันธุ์

การขยายพันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีนิยมปฏิบัติกันมี 2 วิธีคือ
1. การเพาะเมล็ดโดยนำเมล็ดจากฝักแก่ที่ได้จากการผสมมาเพาะบนอาหารสังเคราะห์ใน สภาพปลอดเชื้อ
2. การแยกหน่อเมื่อต้นกล้วยไม้รองเท้านารีเจริญเติบโตแตกกอแน่นจึงนำมาแยกให้ เป็นต้นย่อยแล้วนำไปปลูกใหม่
ปัจจุบันกล้วยไม้รองเท้านารีพันธุ์พื้นเมืองของไทยหลายชนิดเป็น ที่รู้จัก และได้รับความสนใจ กันเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีทรงพุ่มเตี้ยดอกสวยงามและบานทน จึงมีการนำมาปรับปรุงพันธุ์และขยายพันธุ์เพื่อการค้ากันอย่างแพร่หลายทั้งใน ประเทศและต่างประเทศ กล้วยไม้รองเท้านารีเป็น กล้วยไม้ประเภทฐานร่วมคือเติบโตโดยแตกหน่อใหม่จากตาข้างของต้นเดิม เพื่อสร้างช่อดอก ลำต้น สั้นมากไม่มีลำลูกกล้วยในธรรมชาติมักขึ้นอิงอาศัยต้นไม้ใหญ่บนพื้นที่สูง จากระดับน้ำทะเลมากๆ หรือขึ้นตามซอกผาหินและพื้นดินที่มีซากใบไม้ผุทับถมอยู่เป็นเวลานานหลายปี สำหรับกล้วยไม้รองเท้านารีสกุลนี้มักเจริญอยู่บนพื้นดินและเจริญเติบโตช้า การที่ดอกมีรูปทรงแปลกตาและใช้เป็นไม้ประดับจึงได้รับความนิยมในการปลูก เลี้ยงกัน อย่างแพร่หลาย ทำให้มีการเก็บรวบรวมมาจากป่าเป็นจำนวนมากและในขณะเดียวกันป่าไม้ก็ได้ ถูกทำลายลงด้วย ทำให้ปริมาณกล้วยไม้รองเท้านารีลดลงมากจนน่าเป็นห่วงว่าจะสูญพันธุ์ ดังนั้นจึงได้มีการกำหนดให้กล้วยไม้รองเท้านารีเป็นพืชอนุรักษ์ในบัญชีแนบ ท้ายหมายเลข 1ตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพันธุ์พืชที่ กำลังสูญพันธุ์ (CITES) ซึ่งควบคุมไม่ให้มีการส่งออกกล้วยไม้รองเท้า นารีที่เก็บจากป่า ยกเว้นกรณีที่พืชอนุรักษ์เหล่านี้ได้มาจากการขยายพันธุ์เทียมเท่านั้น ซึ่งหมายรวมถึงต้นที่ได้จากการเพาะเลี้ยง ในสภาพปลอดเชื้อและคงจำนวนพ่อแม่พันธุ์ไว้
การขยายพันธุ์เทียมที่จะทำให้ได้พืชจำนวนมากเป็นการค้าในปัจจุบัน ทำได้เฉพาะจากการเพาะเมล็ดเท่านั้น ปกติการขยายพันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีนิยมทำโดยการเพาะเมล็ดซึ่งต้องใช้เวลา นานในการงอกและจะได้จำนวนต้นปริมาณไม่ มากนัก ซึ่งจะขึ้น กับปัจจัยหลายประการ เช่น ความสมบูรณ์ของเมล็ดในฝักไม่เหมาะสมเนื่องจากคัพภะมีการเจริญเติบโตค่อนข้าง ช้าต้องใช้เวลา ตั้งแต่ผสมเกสรถึงคัพภะแก่นานถึง 190-200 วัน และเมล็ดภายในฝักแก่ไม่พร้อมกัน อีกทั้งความไม่เหมาะสมของอาหารที่ใช้เพาะ เลี้ยงด้วย สำหรับการขยายพันธุ์โดยการแยกหน่อจะได้จำนวนต้นน้อยกว่าการเพาะเมล็ดเนื่อง จากต้นเจริญเติบโตช้าจึงทำให้การ แตกหน่อช้าไปด้วยและจำนวนหน่อที่แตกจากต้นเดิมจะให้จำนวนหน่อ 3-4 หน่อต่อต้นเท่านั้น


การขยายพันธุ์โดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ หรือการขยายพันธุ์เทียม
เพื่อขยายพันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีให้ได้ปริมาณมากในเวลา ที่รวดเร็ว จึงได้ทำการทดลองเพาะเลี้ยงเนื้อจากส่วนรากของ กล้วยไม้รองเท้านารีพันธุ์เหลืองตรัง-เหลืองพังงา ซึ่งเป็นพันธุ์ที่มีขนาดของดอกใหญ่ ดอกมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2-4 เซนติเมตร และดอกบานทน เป็นที่ต้องการของตลาดและนักนิยมเลี้ยงกล้วยไม้รองเท้านารี โดยทำการเพาะเลี้ยงในสภาพปลอดเชื้อพบว่าราก ที่ใช้เพาะเลี้ยงสามารถให้จำนวนต้นตั้งแต่ 15-40 ต้นต่อรากซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดของรากที่ใช้เพาะเลี้ยงด้วย โดยมีขั้นตอนการเพาะ เลี้ยงดังนี้
1.  เพาะเลี้ยงต้นกล้วยไม้รองเท้านารีพันธุ์เหลืองตรัง-เหลือง พังงา ในสภาพปลอดเชื้อบนอาหารสังเคราะห์สูตรมูราชิกิและสกู๊ก เพาะเลี้ยงจนกระทั่งรากมีความสมบูรณ์อวบอ้วนและแก่เต็มที่จะมีขนาดของเส้น ผ่าศูนย์กลาง 2-4 เซนติเมตร
2.  ตัดเอาเฉพาะส่วนของรากจากข้อ 1 มาเพาะเลี้ยงบนอาหารสังเคราะห์สูตรมูราชิกิและสกู๊กที่เติมฮอร์โมน BA และ NAA เพาะเลี้ยงประมาณ 6 เดือนจะเกิดเป็นต้นเล็กๆ บนรากเป็นจำนวนมากซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดของรากด้วย ถ้ารากมีขนาดเล็กก็จะให้ จำนวนต้นน้อยกว่ารากที่มีขนาดใหญ่
3.  เพาะเลี้ยงต้นที่เกิดอยู่บนรากประมาณ 5 เดือน เพื่อให้ต้นอ่อนเจริญเติบโตได้ขนาดพอที่จะตัดแยกออกมาแล้วไม่ตาย จึงทำการตัดแยกต้นออกจากราก มาเพาะเลี้ยงบนอาหารสังเคราะห์สูตรเดิมจนกระทั้งลูกกล้วยไม้เติบโตเต็มที่ พร้อมรากจึงย้ายออก ปลูกในธรรมชาติได้
จากการขยายพันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารี โดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจากส่วนของรากนี้สามารถขยายพันธุ์ได้ปริมาณมากใน เวลารวดเร็วกว่าการขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดและการแยกหน่อและลูกกล้วยไม้ ก็เจริญเติบโตได้เร็วมีใบ และรากสมบูรณ์ แข็งแรงพร้อมที่จะนำออกปลูกในสภาพธรรมชาติและเพื่อเป็นการอนุรักษ์พันธุ์พืช ไม่ให้สูญพันธุ์ไปจากป่าตามพระราชเสาวนีย์ให้ขยายพันธุ์กล้วยไม้ รองเท้านารีปลูกคืนป่าตามโครงการอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอัน เนื่องมาจากพระราชดำริด้วย





ข้อมูล    ธารทิพย์ เพชระบูรณิน. ผลิใบ ปีที่ 9 ฉบับที่ 2

บล๊อก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

สำหรับความหมายอื่นของ บล็อก ดูได้ที่ บล็อก (แก้ความกำกวม)
บล็อก (อังกฤษ: blog) เป็นคำรวมมาจากคำว่า เว็บล็อก (อังกฤษ: weblog) เป็นรูปแบบเว็บไซต์ประเภทหนึ่ง ซึ่งถูกเขียนขึ้นในลำดับที่เรียงตามเวลาในการเขียน ซึ่งจะแสดงข้อมูลที่เขียนล่าสุดไว้แรกสุด บล็อกโดยปกติจะประกอบด้วย ข้อความ ภาพ ลิงก์ ซึ่งบางครั้งจะรวมสื่อต่างๆ ไม่ว่า เพลง หรือวิดีโอในหลายรูปแบบได้ จุดที่แตกต่างของบล็อกกับเว็บไซต์โดยปกติคือ บล็อกจะเปิดให้ผู้เข้ามาอ่านข้อมูล สามารถแสดงความคิดเห็นต่อท้ายข้อความที่เจ้าของบล็อกเป็นคนเขียน ซึ่งทำให้ผู้เขียนสามารถได้ผลตอบกลับโดยทันที คำว่า "บล็อก" ยังใช้เป็นคำกริยาได้ซึ่งหมายถึง การเขียนบล็อก และนอกจากนี้ผู้ที่เขียนบล็อกเป็นอาชีพก็จะถูกเรียกว่า "บล็อกเกอร์"
บล็อกเป็นเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาหลากหลายขึ้นอยู่กับเจ้าของบล็อก โดยสามารถใช้เป็นเครื่องมือสื่อสาร การประกาศข่าวสาร การแสดงความคิดเห็น การเผยแพร่ผลงาน ในหลายด้านไม่ว่า อาหาร การเมือง เทคโนโลยี หรือข่าวปัจจุบัน นอกจากนี้บล็อกที่ถูกเขียนเฉพาะเรื่องส่วนตัวหรือจะเรียกว่าไดอารีออนไลน์ ซึ่งไดอารีออนไลน์นี่เองเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้บล็อกในปัจจุบัน นอกจากนี้ตามบริษัทเอกชนหลายแห่งได้มีการจัดทำบล็อกของทางบริษัทขึ้น เพื่อเสนอแนวความเห็นใหม่ใหักับลูกค้า โดยมีการเขียนบล็อกออกมาในลักษณะเดียวกับข่าวสั้น และได้รับการตอบรับจากทางลูกค้าที่แสดงความเห็นตอบกลับเข้าไป เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์
เว็บค้นหาบล็อกเทคโนราที ได้อ้างไว้ว่าปัจจุบันในอินเทอร์เน็ต มีบล็อกมากกว่า 112 ล้านบล็อกทั่วโลก [1]

เนื้อหา

[ซ่อน]

[แก้] ความ นิยม

บล็อกได้เริ่มมีบทบาทมากขึ้นในปัจจุบันในวงการสื่อมวลชนในหลายประเทศ เนื่องจากระบบแก้ไขที่เรียบง่าย และสามารถตีพิมพ์เรื่องราวได้โดยไม่ต้องใช้ความรู้ในการเขียนเว็บไซต์ โดยนอกเหนือจากที่ผู้เขียนข่าวส่งผลงานให้กับทางสื่อแล้ว ยังได้มาเขียนข่าวในอีกช่องทางหนึ่งในการเผยแพร่ข้อมูล หรือแนวความคิด โดยการเขียนบล็อกสามารถเผยแพร่ข้อมูลสู่ประชาชนได้รวดเร็วและเสียค่าใช้จ่าย น้อยกว่า สื่อในด้านอื่น ข่าวที่นิยมในการเขียนบล็อกต่อสื่อมวลชน ส่วนใหญ่จะเป็นในลักษณะเรื่องซุบซิบวงการดารา ข่าวการเคลื่อนไหวทางการเมือง เป็นต้น
จากความนิยมที่มากขึ้น ทำให้หลายเว็บไซต์เปิดให้มีส่วนการใช้งานบล็อกเพิ่มขึ้นมาในเว็บของตนเอง เพื่อเรียกให้มีการเข้าสู่เว็บไซต์มากขึ้นทั้งผู้เขียนและผู้อ่าน

[แก้] การ ใช้งานบล็อก

ผู้ใช้งานบล็อกจะแก้ไขและบริหารบล็อกผ่านทางเว็บเบราว์เซอร์เหมือนการใช้งานและอ่าน เว็บไซต์ทั่วไป โดยจะมีรูปแบบบริหารบล็อกที่แตกต่างกัน เช่นบางระบบที่มีบรรณาธิการของบล็อก ผู้เขียนหลายคนจะส่งเรื่องเข้าทางบล็อก และจะต้องรอให้บรรณาธิการอนุมัติให้บล็อกเผยแพร่ก่อน บล็อกถึงจะแสดงผลในเว็บไซต์นั้นได้ ซึ่งจะแตกต่างจากบล็อกส่วนตัวที่จะให้แสดงผลได้ทันที
ผู้เขียนบล็อกในปัจจุบันจะใช้งานบล็อกในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งไม่ว่า ติดตั้งซอฟต์แวร์ของตัวเอง หรือใช้งานบล็อกผ่านทางเว็บไซต์ที่ให้บริการบล็อก
สำหรับผู้อ่านบล็อกจะใช้งานได้ในลักษณะเหมือนอ่านเว็บไซต์ทั่วไป และสามารถแสดงความเห็นได้ในส่วนท้ายของแต่ละบล็อกโดยอาจจะต้องผ่านการลง ทะเบียนในบางบล็อก นอกจากนี้ผู้อ่านบล็อกสามารถอ่านบล็อกได้ผ่านระบบฟีด ซึ่งมีให้บริการในบล็อกทั่วไป ทำให้ผู้ใช้สามารถอ่านบล็อกได้โดยตรง ผ่านโปรแกรมตัวอื่นโดยไม่จำเป็นต้องเข้ามาสู่หน้าบล็อกนั้น

[แก้] บล็อก ซอฟต์แวร์

บล็อกซอฟต์แวร์ หรือ บล็อกแวร์ เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้ในอินเทอร์เน็ต ในลักษณะของระบบจัดการเนื้อหาเว็บ ที่ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์และผู้เขียนหรือดูแลบล็อกจะแยกจากกันต่างหาก ส่งผลให้ผู้เขียนบล็อกสามารถใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องมีพื้นฐานความรู้ใน ด้านเอชทีเอ็มแอล หรือการทำเว็บไซต์แต่อย่างใด ทำให้ผู้เขียนบล็อกสามารถใช้เวลาส่วนใหญ่ในการ บริหารจัดการ เพิ่มเติม ข้อมูลและสารสนเทศแทนได้ นอกจากนี้บล็อกซอฟต์แวร์จะสนับสนุน ระบบ WYSIWYG ซึ่งทำให้ง่ายต่อการเขียน และอาจเพิ่มเติมการมีเทมเพลตในหลายแบบให้เลือก ใช้
ซอฟต์แวร์ส่วนใหญ่สามารถดาวน์โหลดและติดตั้งได้ทันทีโดยผู้ใช้ ซึ่งซอฟต์แวร์บางส่วนเป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ซึ่งผู้พัฒนาสามารถนำมาปรับแก้ เป็นของตนเอง ติดตั้งไว้ใช้เป็นบล็อกส่วนตัว หรือเผยแพร่ให้คนอื่นมาใช้งานได้ ส่วนซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์นั้น จะมีทั้งในรูปแบบที่ให้ใช้งานแบบเสียค่าใช้จ่ายหรือให้ใช้งานฟรี

[แก้] บล็อก ซอฟต์แวร์ที่เป็นที่รู้จัก

รายชื่อบล็อกซอฟต์แวร์ที่เป็นที่นิยมพร้อมทั้งชื่อซอฟต์แวร์ที่ใช้พัฒนา ในวงเล็บ

[แก้] ผู้ ให้บริการบล็อกที่เป็นที่รู้จัก

รายชื่อผู้ให้บริการบล็อกที่มีชื่อเสียง

[แก้] ผู้ ให้บริการบล็อกในประเทศไทยที่เป็นที่รู้จัก

นอกจากนี้ทางเว็บที่นิยมของไทยอย่าง สนุก.คอม, กระปุก.คอม หรือผู้จัดการออนไลน์ ก็ได้มีการเปิดให้บริการบล็อก

[แก้] ดู เพิ่ม

[แก้] อ้าง อิง

[แก้] แหล่ง ข้อมูลอื่น


วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2553

พลังด้านความมืด

ตั้งแต่ในปี  ค.ศ. 1929 ได้มีการค้นพบว่ากาแล็กซี่ที่ระยะไกลๆจากโลกนั้นเคลื่อนตัวออกจากกัน
โดยผลงานของนักดาราศาสตร์อเมริกัน เอ็ดวิน ฮับเบิล นักวิทยาศาสตร์ต่างถือเอาการค้นพบนี้
มาเป็นหลักฐานว่าเอกภพของเรากำลังขยายตัวออกไปเรื่อยๆ ซึ่งนับแต่นั้นเป็นต้นมาคำถามที่นักดาราศาสตร์ต้องการทราบคำตอบมากที่สุดก็คือ
เอกภพจะคงขยายตัวไปเรื่อยๆ หรือจะหดตัวกลับ



ทฤษฎีฟิสิกส์ได้อธิบายชะตากรรมของเอกภพว่า อัตราเร็วของการขยายตัวของเอกภพของเรานั้น
ขึ้นอยู่กับปริมาณมวลสารและพลังงานที่มีอยู่ในจักรวาล และอนาคตของเอกภพนั้นควบคุมด้วยอำนาจของแรงโน้มถ่วง
หรือ Gravitational force ซึ่งเป็นแรงที่กระทำต่อทุกๆสิ่งที่มีมวล (และ/หรือพลังงาน)
โดยจะดึงดูดอนุภาคหรือพลังงานเหล่านี้เข้าหากัน ยิ่งมวลหรือพลังงานมากเท่าไหร่
วัตถุก็จะถูกดูดเข้าหากันแรงมากขึ้นเท่านั้น



นักดาราศาสตร์จึงเชื่อว่าอัตราเร็วของการขยายตัวของเอกภพ จะลดลงเรื่อยๆ เนื่องจากแรงดึงดูดระหว่างมวลของดวงดาวกาแล็กซีและพลังงานอื่นๆ
ที่กระจายอยู่ในเอกภพ ชะตากรรมของเอกภพจึงเป็นไปได้เพียง 2กรณีคือ



1) ถ้ามวลและพลังงานที่มีอยู่ในเอกภพมีค่าไม่มากนัก มันขยายตัวออกไปเรื่อยๆจนอัตราการขยายตัวมีค่าคงที่
เอกภพจะเข้าสู่ช่วงที่หนาวเย็น



2) แต่ถ้ามวลสารและพลังงานมีค่ามากพอ นอกจากมันจะดึงดูดเอกภพ ให้ขยายตัวช้าลงแล้ว
มันจะมีพลังงานพอที่จะสามารถดึงให้เอกภพหดตัวกลับลงมา บีบให้กาแล็กซี่และดวงดาวต่างๆเข้ามาชนกันจนลุกเป็นเปลงเพลิงที่เรียกกันว่า
Big Crunch



นักดาราศาสตร์จึงต้องการวัดความเร็งในการขยายตัวของเอกภพว่าลดลงเท่าใด เพื่อที่จะได้นำมาทำนายชะตากรรมของเอกภพ



หลังจากพยายามมามากกว่า 70 ในที่สุดนักดาราศาสตร์ก็สามารถวัดอัตราเร่งของการขยายตัวของเอกภพได้เป็นครั้งแรก
โดยการสังเกตุการระเบิดของดวงดาวที่เรียกว่า ซุปเปอร์โนว่า แต่ผลการสังเกตุกลับให้ผลที่น่าประหลาดใจ
เพราะเอกภพไม่ได้ขยายตัวช้าลง แต่กับขยายตัวด้วยอัตราที่เร็วขึ้น




ซุปเปอร์โนว่าคือการระเบิดของดาวฤกษ์เมื่อหมดสิ้นอายุขัย ซึ่งแบ่งแยกออกได้หลายแบบ
ชนิดหนึ่งในนั้นมีชื่อว่า การระเบิดชนิดที่หนึ่งเอหรือ Type Ia ซุปเปอร์โนว่า



นักวิทยาสาสตร์สามารถคำนวนหาตำแหน่งของการระเบิดว่าอยู่ห่างจากโลกเท่าไหร่ โดยอาศัยความสว่างของแสงที่เดินทางมาจากซุปเปอร์โนว่า
นอกจากนั้นแล้วยังสามารถ ที่จะหาความเร็วที่ซุปเปอร์โนว่าเคลื่อนที่ออกจากโลกโดยใช้เทคนิคเดียวกับที่ฮับเบิลใช้เมื่อปีค.ศ.1929


โดยอาศัยหลักที่ว่าเมื่อวัตถุเคลื่อนที่ออกจากผู้สังเกตุ ความยาวคลื่นของแสงที่มาจากวัตถุนั้นจะขยายตัวยาวขึ้น
ปรากฎการณ์นี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อปรากฎการณ์ Red Shift

แสงสว่างนั้นเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า สเป็คตรัมหรือสีของแสงขึ้นอยู่กับความยาวคลื่นของมัน
ถ้าแสงมีความยาวคลื่นสั้นก็จะมีสีออกไปทางสีน้ำเงินหรือม่วง แต่ถ้าเป็นแสงคลื่นยาว
ก็จะให้สีที่ออกไปทางโทนของสีแดง และอาศัยผลจากทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์ซึ่งบอกว่า
ความยาวคลื่นแสงจากวัตถุที่เคลื่อนที่ออกจากผู้สังเกตุนั้น จะถูกยืดออกให้มีความยาวมากขึ้น
ดังนั้นแสงจากดวงดาวที่เคลื่อนที่ออกจากเราจึงมีความถี่เลื่อนออกไปทางโทนสีแดง



ผลจากการสังเกตุการระเบิดของซุปเปอร์โนว่าพบว่า ซุปเปอร์โนว่า Type Ia ที่อยู่ไกลจากโลก
จะเคลื่อนตัวออกด้วยอัตราเร็วที่มากกว่าซุปเปอร์โนว่าที่อยู่ใกล้โลกหลายเท่า ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเอกภพขยายตัวออกด้วยอัตราเร่ง
ไม่ได้ขยายตัวช้าลงอย่างที่เราเข้าใจกัน




การค้นพบนี้ทำให้นักดาราศาสตร์เชื่อว่าชะตากรรมของเอกภพไม่น่าจะจบลงที่ Big Crunch
เพราะอัตราการขยายตัวมีค่าเพิ่มขึ้น เอกภพมีแน้วโน้มที่จะขยายตัวไปเรื่อยๆมากกว่า
จนกระทั้งพลังงาน ในดวงดาวต่างๆถูกเผาผลาญหมดไปเหลือไว้แต่ความหนาวเย็นเป็นยุคน้ำแข็งที่เรียกว่า
Big Chill



แต่อย่างไรก็ตามปัญหาที่นักดาราศาสตร์และนักฟิสิกส์ยังไม่เข้าใจก็คือ พลังงาน หรือ
สิ่งใดที่ทำให้เอกภพ ขยายตัวออกจากกันด้วยความเร่ง เพราะแรงโน้มถ่วงนั้นเป็นแรงดึงดูดที่ดูดวัตถุเข้าหากัน
เป็นไปได้หรือไม่ว่ามีแรงโน้มถ่วงที่ผลักวัตถุออกจากกัน หรือที่เรียกว่า Anti-Gravity
force ปัจจุบันนักวิทยาสตร์เรียกพลังงานลึกลับที่ผลักกาเล็กซี่ต่างๆออกจากกันว่า
Dark Energy

วันพุธที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

Excel

Excel 2007

Excel

 
 
 
Excel 2010
http://office.microsoft.com/th-th/excel-help/
 
 

บทเรียน access

Access 2010
http://office.microsoft.com/th-th/access-help/
 
 

เที่ยวทะเล

เราไปทะเลมาสนุกมากเลย

น้ำตกหมอแปง

อ. ปาย จ. แม่ฮ่องสอน


http://www.ezytrip.com/travelsearch/district_attract2.php?chk=769

น้ำตกหมอแปง

น้ำตกหมอแปง  ถ้ำลอด ปางมะผ้า

ถ้ำลอดปางมะผ้า ถ้ำผีแมนเมืองไทย
เถื่อนถ้ำยิ่งใหญ่กลางพงไพรแม่ฮ่องสอน ซอกซอนเป็นโพรงถ้ำด้วยธารน้ำไหลผ่านชั่วนาตาปี
มีโลกพิสุทธิ์ดุจประกายเพชรคือหินงอกหินย้อยตระการตา ในโลกแห่งความงามใต้พิภพแห่งนี้
มีเรื่องราวลี้ลับหลังความตาย ที่กลายมาเป็นแหล่งโบราณคดีล้ำค่าซ่อนอยู่

แม่ฮ่องสอน
อำเภอเล็กๆอำเภอหนึ่งทางเหนือของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อน
พื้นที่ส่วนใหญ่ติดชายแดนประเทศพม่า ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวเขาเผ่าต่างๆ เช่น ลีซอ มูเซอ
และเย้าที่อาศัยอยู่ปะปนกับคนเมือง มีแหล่งท่องเทียวที่น่าสนใจคือถ้ำลอด เป็นถ้ำกว้างใหญ่
มีน้ำไหลผ่าน การเข้าถ้ำต้องใช้วิธีนั่งแพแล้วมีคนก่อ มีคนนำทาง ในถ้ำลอดจะมีถ้ำต่างๆ เช่น
ถ้ำผีแมนจะมีโลงศพคนโบราณ ขากลับจะใช้วิธีนั่งแพกลับ หรือเดินกลับอีกทางหนึ่งนอกถ้ำก็ได้
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงได้แก่ ถ้ำแม่ละนา ถ้ำผาเผือก ส่วยที่ อ.ปาย ที่อยู่ใกล้เคียงมีแหล่งท่องเที่ยวคือ
น้ำตกหมอแปง และการล่องแก่งแม่น้ำปาย